‘คุณมิก iTAX’ กับการทำงานท่ามกลาง ข้อมูลภาษีคนไทย ด้วยมาตรฐาน Data Security ระดับสายการบิน !

พูดถึง Startup ไทยที่ต้องทำงานกับ Data เยอะ ๆ ~ แถมยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายไทยซึ่งเป็นเรื่องยากจะเข้าใจ (อย่างครบถ้วน) iTAX คือแอปฯ แรกที่แว่บเข้ามาในหัวแอดฮะ !

iTAX เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ถ้าต้นปีหน้าใครจะต้องเสียภาษีสามารถโหลดแอปฯ นี้มาลองคำนวนภาษีที่ต้องจ่ายก่อนได้เลยนะฮะ

ด้วยความน่าสนใจของ Startup ตัวนี้ แอดเลยสงสัยขึ้นมาว่าคนที่พัฒนาแอปฯ นี้ขึ้นมาเขาต้องศึกษาเรื่องกฎหมายภาษีมาเยอะขนาดไหน แล้วจัดการเรื่องความปลอดภัยของการเก็บข้อมูลผู้ใช้ยังไง ? วันนี้แอดเลยขอชวน คุณมิก ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ CEO และ ผู้ก่อตั้ง iTAX มานั่งคุยเกี่ยวกับชีวิตการทำงานเป็น “นักกฎหมายที่รู้เรื่อง Data นิดหน่อย” กัน ไปดูกันเลย !


จากเด็กวิทย์คณิต สู่นักกฎหมายดีกรีนักเรียนทุนนอก ควบบท CEO, อาจารย์ และรองคณบดี

คุณมิกถือเป็นมนุษย์ Data อีกคนที่มีบทบาทการทำงานอยู่ในแวดวงการศึกษา เพราะนอกจากจะเป็น CEO และผู้ก่อตั้งของ iTAX แล้ว ปัจจุบันยังเป็นรองคณบดีคณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสยามด้วย

คุณมิกเล่าให้ฟังว่าจริง ๆ แล้วตัวเองเป็นเด็กวิทย์คณิตที่พลิกไปเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสยาม พอเรียนจบก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานเป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอนที่คณะอยู่ 2 ปี และเรียนปริญญาโทการทูตต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยรังสิตต่อไปด้วย ตลอดเวลาที่ทำงานก็ได้คำแนะนำและแรงผลักดันจากอาจารย์เอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดี (ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมงานไปแล้ว) เกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศอยู่ตลอด สุดท้ายเลยขอทุนไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกกฎหมายภาษีที่อเมริกาได้สำเร็จ

อ่านจนถึงตรงนี้แล้วใครสงสัยเหมือนแอดบ้างว่าไปเรียนภาษีที่ต่างประเทศซึ่งเขามีนโยบายการเมืองต่างจากเราแล้วจะได้อะไรกลับมาบ้าง ? ถ้าเป็นเรื่องสากล ๆ อย่าง Data หรือ AI ก็พอเข้าใจได้ คุณมิกตอบแอดว่าไปที่นั่นเขาได้เรียนรู้แนวคิดการใช้ การเก็บ และการเลี่ยงภาษีของต่างประเทศมาเยอะเลย อะไรที่ประเทศเราทำแล้วเขาไม่ทำกัน อะไรที่ประเทศเขาทำแล้วเราดันไม่ทำ ก็ได้องค์ความรู้นี้กลับมาสอนเด็ก ๆ ที่ไทยด้วย

แถมการเรียนที่นี่นี่แหละฮะที่เป็น Inspiration ให้คุณมิกเริ่มทำ iTAX แล้วกลับมาตั้งบริษัทที่ไทย และถึงจะผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่คุณมิกยังรู้สึกสนุกกับภาษีอยู่เลยฮะ อ่ะโฮ ~ มันจึ้งตรงนี้ !

“ผมไม่ได้คิดว่าผมเป็นนักกฎหมายสาย Data นะ
ผมรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นนักกฎหมายภาษีและเป็นผู้ประกอบการอยู่
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่างานที่ผมทำ มันเกี่ยวข้องกับ Data อย่างแน่นอน”


กฎหมาย + Data คลอดเป็นแอปฯ iTAX ที่มี Data Security ระดับสากล !

เห็นเป็นแอปฯ คำนวนภาษีแบบนี้ แอดว่ายังไงก็ต้องมีการให้กรอกข้อมูลส่วนตัว คุณมิกบอกว่าเก็บชัวร์ แต่เก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นกับการคำนวนภาษีเท่านั้นนะฮะ เช่น เพศ อายุ เพราะเพศต่างหรืออายุแก่ขึ้นกว่าเดิมสัก 3-4 ปี แผนลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดที่ iTAX เสนอให้ Users แต่แรก อาจจะเป็นตัวที่แย่ที่สุดไปเลยก็ได้ฮะ ข้อมูลเหล่านี้จึงสำคัญอย่างมากในการใช้งานเรื่องภาษี

ส่วนข้อมูลอื่น ๆ เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ จะเป็น Optional ที่ Users สามารถเลือกได้เองเลยฮะว่าจะกรอกหรือไม่กรอก หรือจะกรอกว่าอะไร ข้อมูลพวกนี้จะมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกในการจดโน๊ตของ Users เท่านั้นฮะ (ที่ iTAX เขาใช้เทคโนโลยีและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานในมาตรฐานเดียวกับธนาคารและสายการบิน แถมยังมีการเข้ารหัสความปลอดภัยสูงสุดด้วย 256-bit Encryption ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับการทำธุรกรรมอินเทอร์เน็ตระดับสากลด้วยฮะ อ่ะโฮ~)

“ยอมรับว่าเรื่องภาษีมันก็ยาก
แต่เราทำให้มันง่ายกว่านี้ได้ด้วยการเอา
ความรู้ภาษี เทคโนโลยี และดีไซน์มาช่วย
นี่คือต้นไอเดียของ iTAX”


ร่วมมือกับสรรพากร ลดการส่งข้อมูลซ้ำซ้อน เปลี่ยนภาษีให้เป็นเรื่องง่าย !

สำหรับใครที่เหนื่อยกับการกรอกข้อมูลภาษีซ้ำซ้อนหลายแพลตฟอร์ม ข่าวดีคือตอนนี้ iTAX เขาไปจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับกรมสรรพากรเชื่อมระบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาผ่านแอปฯ iTAX ได้แล้วนะฮะ !

การจับมือครั้งนี้เป็นเรื่องของความร่วมมือล้วน ๆ ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนแบ่งอะไรกัน เพียงแค่สรรพากรเขาเห็นว่าสิ่งที่ iTAX ทำก็มีประโยชน์ ผู้มีรายได้จะเข้าระบบภาษีได้ง่ายขึ้น และทาง iTAX ก็ได้ทำตาม Mission ของตัวเองคือการทำให้ผู้เสียภาษีได้รับบริการด้านภาษีที่สะดวกที่สุด เป็นความร่วมมือที่ตอบโจทย์ทั้งคู่เลยฮะ อ่ะโฮ~

แอดว่าไอเดียนี้ดีเลยนะ ประโยชน์ตกกับ Users เต็ม ๆ แถมยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการของทั้งสองด้วย ถ้าใครมีพาร์ทเนอร์ที่พอจะทำอะไรร่วมกันได้เพื่อสร้างประสบการณ์ดี ๆ ก็ลองจับเข่าคุยกันดูนะฮะ !


3 สิ่งต้องรู้และต้องทำ ! เมื่ออยู่ท่ามกลางกองข้อมูลภาษี…แค่ PDPA ไม่พอ !

ในเมื่อคุณมิกต้องทำงานกับความเชื่อมั่นของ Users เพราะการที่จะมีใครมาบอกว่ารายได้เขามีเท่าไหร่มาจากที่ไหนบ้าง ปีนี้รวยขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ มันต้องใช้ความไว้ใจกันประมาณหนึ่ง แน่นอนว่าในฐานะนักกฎหมาย คุณมิกจะให้ความสำคัญกับ PDPA อย่างเข้มงวดจนไม่ต้องเป็นกังวล เพราะ iTAX ทำถูกหลักกฎหมายมาตั้งแต่ Day-1

แต่สิ่งที่ท้าทายคือการจะให้บริการที่ถูกต้องและไว้ใจได้นั้น คุณมิกและทีม iTAX ต้องมีการติดตามอัปเดตกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงอัปเดตฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ใช้งานได้อย่างปกติและดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยฮะ ! Users จะได้สะดวกใจและไว้ใจที่จะฝากข้อมูลไว้กับแพลตฟอร์ม

ในฐานะคนที่เรียกใช้ขุนทองทุกสัปดาห์ แอดเห็นไอเดียการใช้ AI มาอ่านสลิปแล้วเรียกเก็บเงินเพื่อนในกลุ่ม เลยลองถามเกี่ยวกับการพัฒนา AI มาใช้งานในแอปฯ iTAX บ้าง ก็ได้คำตอบที่ฟังสั้น ๆ ก็เข้าใจ ว่าเขาเคยพยายามลองเอามาใช้แล้วแต่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะ และ AI มันเป็นเรื่องของการตีความ พอเป็นเรื่องภาษีเงิน ๆ ทอง ๆ ถ้ามันตีความผิดไปอีกทางหนึ่งก็รับผิดชอบกันไม่ไหวเหมือนกัน …ชัดเจน รู้เรื่องฮะ เห็นด้วย

“ถ้าจะดึงข้อมูลตัวเลขเงินภาษีเข้ามา
มันต้องไม่ใช่การให้ AI มาเดาอ่ะว่ามันคืออะไร
ตอนนี้เราอาจจะแค่ยังไม่เจอ AI Solution ที่เหมาะกับ iTAX”


Soft Skills และ Culture ของบริษัทที่มี CEO เป็นนักกฎหมาย-เด็กทุนนอก-มนุษย์ Data

พอแอดชวนคุณมิกพูดถึงเรื่องการทำงาน คุณมิกแชร์มุมมองเรื่องการทำงานที่ iTAX ให้แอดฟังว่าเขามองเรื่องทัศนคติในการทำงานมากกว่าเรื่องความรู้ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่ช่วยกันสอนช่วยกันเติมได้ แต่เราเปลี่ยนทัศนคติคนยาก เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นคนชอบเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่างานนี้ต้องมีการอัปเดตข้อมูลและฟังก์ชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นจึงต้องทนกับความเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่หงุดหงิดด้วย

ที่ iTAX มีการทำงานแบบ Virtual Office มาตลอด 100% ความยืดหยุ่นคือลักษณะสำคัญของการทำงานที่นี่ พนักงานทุกตำแหน่งสามารถออกแบบวันเวลาทำงานของตัวเองได้ด้วยฮะ ขอแค่งานเสร็จตามไทม์ไลน์ และเพราะว่าทีมไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากันตลอด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงสำคัญมาก เพราะฉะนั้นคุณมิกจึงมักมองหาคนทำงานที่ ‘ไม่ไทยเกิน’ คือไม่ต้องเกรงใจในการพูดติเตือนหรือเสนอความคิดเห็น แต่สามารถสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ได้งานที่ดีและพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

“ผมพัฒนาตัวเองด้วยการไปฟังหรือดูเรื่องที่ไม่คุ้นเคย
อ่านหนังสือบ้าง พูดคุยขอความรู้กับคนใหม่ ๆ บ้าง
ทำสิ่งใหม่ให้ตัวเองเก่งเพิ่มขึ้น 1% ทุก ๆ วัน”

วัฒนธรรมองค์กรของ iTAX

คุณมิกได้ให้คอนเซปต์ของการมี ‘วัฒนธรรมองค์กร’ ไว้อย่างน่าสนใจ นั่นคือ การที่ถ้าเราไม่อยู่ตรงนั้น คนในองค์กรจะสามารถคิดหรือตัดสินใจหรือปฏิบัติใน Direction ที่เราอยากให้มันเป็นได้รึเปล่า ถ้าใช่ แปลว่าองค์กรนั้นมีวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง โดยวัฒนธรรมองค์กรของ iTAX มี 3 ข้อคือ

  1. Flat องค์กรแนวราบที่ทุกคนเป็นผู้นำได้เสมอ – บางโปรเจกต์หัวหน้าอาจไม่ใช่คนนำทีม และเมื่อมีการมอบหมายตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์นั้นแล้ว ทุกคนจะเชื่อมั่นในความสามารถและการตัดสินใจของผู้นำ ถ้าชนะก็ชนะเป็นทีม ถ้าแพ้ก็แพ้เป็นทีม
  2. Flexible ยืดหยุ่นให้งานเสร็จตามแผน – ทุกคนมีสิทธิ์จัดการเวลาทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่เมื่อถึงกำหนดเดดไลน์ก็ต้องสามารถส่งงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีคุณภาพ
  3. Focus ให้ความสำคัญกับงานที่ทำน้อยได้มาก – สามารถโฟกัสกับการทำงานด้วยทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดได้ และรู้ว่าอะไรที่ควรให้ความสำคัญก่อน

Data น่าสนใจในวงการกฎหมายภาษี !

ไหน ๆ ก็อยู่กับตัวจริงเรื่องภาษีแล้ว แอดเลยหยอดคำถามสนุก ๆ ให้กับคุณมิกช่วยแชร์ข้อมูล Insight ของวงการภาษีให้สักหน่อย แต่กลับเป็นข้อมูลที่ไม่สนุกแต่ดึงเข้าดราม่าซะงั้น !

คุณมิกบอกว่าแรงงานไทยที่มีรายได้มีประมาณ 38-40 ล้านคน แต่ทั้งหมดนี้มีคนยื่นภาษีแค่ประมาณ 11 ล้านคนเท่านั้น และในกลุ่มนั้นก็มีคนแค่ 4-5 ล้านที่จ่ายภาษีจริง ! อ่ะโฮ~ 

จากการเข้าไปส่องเงินประกันแผ่นดินปี 2567 คุณมิกบอกว่าถ้าเราเอาคนที่อยู่นอกระบบภาษีอีก 48% เข้าระบบได้ ไทยก็มีโอกาสหลุดหนี้ประเทศได้แน่ ๆ โดยที่รัฐไม่จำเป็นต้องไปขึ้นภาษีหรือทำอะไรมากมาย แค่เอาผู้มีรายได้ที่อยู่นอกระบบภาษีมาเข้าระบบภาษีได้ก็จะสร้างรายได้ให้กับรัฐอีกเยอะเลย

อีกเรื่องคือกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกัน เพราะการมีครอบครัวก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งของการจ่ายภาษีใช่ไหมฮะ แอดสงสัยว่าเมื่อคู่สมรสเป็นเพศเดียวกัน จะมีการพิจารณาภาษีในกรณีอื่นเพิ่มเติมรึเปล่า คุณมิกตอบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในกฎหมายเขาจะเปลี่ยนข้อความจาก “สามีและภรรยา” เป็น “คู่สมรส” ให้ นอกนั้นก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับการจ่ายภาษีฮะ~


อยากเริ่ม Startup ให้ไม่ร่วง ต้องเริ่มที่ ‘Pain Point’ ไม่ใช่ ‘Solution’

รู้ไหมว่านอกจากจะเป็นนักกฎหมาย อาจารย์ และ CEO แล้ว คุณมิกเคยเป็นนายกสมาคม Thai Startup ที่อยู่ในตำแหน่งนาน 2 ปีด้วย ! พอได้มานั่งคุยกับตัวจริงแบบนี้เลยอดไม่ได้ที่จะถามคำถามมาเผื่อเพื่อน ๆ ที่คิดอยากเริ่มธุรกิจ Startup ของตัวเองกันว่าต้องเตรียมตัวหรือเริ่มต้นยังไงบ้าง ?

คุณมิกแนะนำว่าก่อนจะเริ่มลงทุนอะไรให้ลองไปสำรวจดูก่อนว่าปัญหาที่เราอยากแก้ มันเป็นปัญหาที่มีอยู่จริงรึเปล่า (หมายถึง นอกจากเรา มีคนที่ต้องการแก้ปัญหานี้มากพอที่จะเป็นลูกค้าหรือไม่) 

“หลักการของ Startup คือต้อง Useful
ถ้าทำออกมาแล้วไม่มีคนใช้ก็กลายเป็น Useless
มันวัดกันแค่นี้เลย”

ถ้าเราอยากทำของไปแก้ปัญหาให้คน ก็ต้องเข้าใจก่อนว่าเขามีปัญหาอะไร แล้วของของเรามีประโยชน์กับเขาไหม เพราะฉะนั้นจะไปเริ่มที่ สินค้า หรือ Solution ไม่ได้ แต่ต้องย้อนกลับมาเข้าใจ ปัญหา หรือ Pain Point ก่อนนะฮะ

อีกสิ่งหนึ่งที่ถูกบอกให้ทำใจเผื่อไว้เลย คือการออกมาเป็นทำธุรกิจของตัวเองถือว่ากำลังเล่นท่ายาก ! การเป็นผู้ประกอบการ เราจะได้เจอช่วงเวลาที่ไม่ดีบ่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงแรกจะเจอบ่อยมาก แล้วนั่นก็จะเป็นเรื่องของการบริหารความท้อแล้วล่ะฮะ ถ้าคิดว่าไปต่อได้ก็ไปต่อ ลุยโลด !~

“มันจะมีเส้นบาง ๆ ระหว่างความเชื่อมั่นว่านี่มันคือสิ่งจำเป็น
กับเราหลอกตัวเองว่าถอยกลับไปไม่ได้แล้ว
คุยกับตัวเองเยอะ ๆ ว่าเรากำลังหลอกตัวเองอยู่รึเปล่า”


หลังจากได้คุยกับคุณมิก แอดรู้สึกมีกำลังใจเตรียมเอกสารจ่ายภาษีขึ้นมา (นิดนึง) เลยฮะ ด้วยแนวคิดการทำงานของทีมและความขยันของคุณมิกเองทำให้รู้เลยว่า iTAX เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจของทีม iTAX จริง ๆ

ใครที่กำลังจะทำ Startup ของตัวเองอยู่เหมือนกัน DATAHOLIC ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนเลยนะฮะ !

Career Past ครั้งหน้า อยากให้แอดชวนใครมานั่งคุยอีก หลังไมค์มาได้เลยนะ ! โฮโฮโฮโฮ~

RELATED ARTICLES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save