‘คุณหนุ่ย’ นักแชร์ Insight อดีตชาวเอเจนซีสายครีเอทีฟ สู่มนุษย์ Data ผู้จุดกระแส Personalize Marketing !

พูดถึงมนุษย์ Data ที่มีข้อมูล Insight เยอะ ๆ ในหัว แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นต้องมี คุณหนุ่ย ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ที่นอกจากทำคอนเทนต์ลงเพจ Facebook และเว็บไซต์แล้ว เจ้าตัวยังไปเป็น Speaker แชร์ Insight ตามงานสัมมนาต่าง ๆ และยังเป็นนักเขียนหนังสือที่มีประโยชน์กับเหล่ามนุษย์ Data และนักการตลาดอีกหลายเล่มฮะ !

ก่อนที่คุณหนุ่ยจะมาทำงานที่ได้ ‘แชร์ความรู้’ อย่างทุกวันนี้ เขาเล่าว่าตัวเองก็เคยเป็นคนที่ต้อง ‘หาความรู้’ อย่างพวกเรา ๆ มาก่อนนี่แหละ ยิ่งตอนที่เป็น First Jobber ก็ถูกรับเข้าทำงานโดยที่ไม่มีคนคอยสอนงาน หลัก ‘Practice to Perfect’ ที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเลยถูกนำมาใช้เรื่อย ๆ

แล้วตอนไหนล่ะที่คุณหนุ่ยเปลี่ยนจากการเป็นคนทำงานตัวเล็ก ๆ กลายมาเป็นนักเล่าความรู้ แชร์ข้อมูล แบ่ง Insight ที่มีบทบาทในยุค Data-Driven อย่างทุกวันนี้ได้ วันนี้แอดขอมาเล่าต่อจากการได้คุยกับคุณหนุ่ยในคอลัมน์ Career Past นี้กันฮะ ! โฮ โฮ โฮ ~


ประสบการณ์ First Jobber แบบงง ๆ แต่ไม่บ้ง จาก Creative สู่มนุษย์ Data

ก่อนจะมาทำเพจการตลาดวันละตอน คุณหนุ่ยบอกว่าตัวเองก็เคยทำงานเอเจนซีสาย Creative มาก่อน ก่อนที่จะเริ่มขยับมาทำ Strategist แล้วก็ออกมาทำเพจของตัวเอง

พอเริ่มเล่าเรื่องอดีตก็ทำให้คุณหนุ่ยนึกไปถึงงานแรกที่ตัวเองได้ทำ ตอนนั้นเขาเข้าไปทำงานแบบที่ไม่รู้อะไรเลย เข้าไปด้วยตำแหน่ง Web Design แต่พอจะทำงานจริง ๆ ก็ถูกดึงให้ไปทำงาน Creative แทนซะงั้น แต่เจ้าตัวก็ไม่หวั่น มีงานไหนให้ทำก็ทำหมด แต่ความพีคคือหัวหน้าที่จะสอนงานขอไปเที่ยวต่างประเทศตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าทำงาน คุณหนุ่ยเลยใช้เวลาสัปดาห์แรกของการเป็น First Jobber ไปกับการอ่านเว็บสอนทำการตลาด ดูคลิปสอนทำดีไซน์เองล้วน ๆ 

จุดที่ทำให้หันมาสนใจเรื่อง Data คือตอนที่คุณหนุ่ยทำ Creative แล้วรู้สึกตัน รู้สึกทำงานไหนออกมาก็ไม่โดน ไม่ว้าว (แอดเข้าใจดีเลยฮะ ความหัวตันนี่ไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ ) ก็เลยเริ่มหาจุดอื่นมาเสริม Value ให้กับงานตัวเอง เลยเป็น Data ที่พอนำมาใช้ในงาน Creative งานมันก็น่าสนใจขึ้นมา เพราะมีข้อมูลจริงซัปพอร์ต คุณหนุ่ยก็เลยให้ความสำคัญกับการทำงานแบบ Data-Driven มาตั้งแต่นั้นเลยฮะ ! อ่ะโฮ ~

ขอบคุณรูปภาพจาก Nattapon Muangtum


เล่าเคสให้ลูกน้องจนหูชา ถูกไล่มาเปิดเพจเล่า ‘วันละโพสต์’ เดี๋ยวผมไปตามอ่านเองครับพี่ !

หลังจากทำงานไต่เต้าจนได้เป็นหัวหน้าทีม Creative มีลูกน้องต้องดูแล คุณหนุ่ยก็เลยต้องคอยหา Case Study จากต่างประเทศมาเล่าให้คนในทีมฟังทุกเช้า จนลูกน้องเริ่มโอดครวญ จำไม่หมด เลยเสนอ (แกมบ่น) กับคุณหนุ่ยว่า “พี่มาเล่าให้ผมฟังอย่างเดียวเนี่ย คำพูดพี่เดี๋ยวมันก็ลอยไปกับอากาศ พี่ไปทำเพจเขียนดีกว่า ! เดี๋ยวผมไปตามอ่านเอง แล้วจะได้แชร์ให้คนอื่นอ่านได้ด้วย”

ขอบคุณรูปภาพจาก การตลาดวันละตอน

คุณหนุ่ยที่เคยเล็งจังหวะเปิดเพจอยู่แล้ว พอได้แรงเชียร์จากลูกน้องก็ลุยเปิดเพจเลยฮะ เอาไอเดียจากที่ตัวเองยืนเล่าให้ลูกน้องเช้าละ 1 เคสนี่แหละมาตั้งชื่อเพจ “การตลาดวันละตอน” (เป็นชื่อที่คิดออกมาไว ๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าผ่านมาจะ 8 ปีแล้ว คุณหนุ่ยก็ยังไม่เคยเปลี่ยนชื่อเลยสักรอบฮะ)

“คอนเซปต์การทำเพจ คิดดี ๆ ก็เหมือนสูตรทอดไข่เจียว
แต่ละคนก็ทำกันคนละสูตร ลูกน้องก็ช่วยเสนอกันมาหลายชื่อ
แต่เราอยากโพสต์แค่วันละครั้งก็พอ ทำน้อย ๆ แต่ทำเป็นประจำดีกว่า”


Insight ของ B2B ที่มักมีข้อข้องใจ ทำไมเซลล์ปิดการขายช้า ยอดขายน้อย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ‘เซลล์’ แต่เป็น ‘กลยุทธ์’

เวลาคุณหนุ่ยมีโอกาสได้ไปเป็นที่ปรึกษาในบริษั B2B มักจะได้รับคอมเมนต์จากผู้บริหารว่า “จริง ๆ แล้วเซลล์ควรจะปิดการขายได้เร็วกว่านี้รึเปล่า” แต่พอมานั่งดู Data กันจริง ๆ เซลล์เขาก็ใช้เวลาปิดการขายไม่นานนะ ความจริงคือปัญหาของบางบริษัทไม่ได้อยู่ที่การปิดดีลช้า แต่เป็น Conversion Rate ต่ำฮะ

ขอบคุณรูปภาพจาก การตลาดวันละตอน

อย่างนี้เราต้องเปลี่ยนการวิเคราะห์จาก Revenue Analysis เป็น Lost Analysis ว่าปกติเราขายได้เท่าไหร่ เดือนนี้เราเสียอะไรไปเท่าไหร่ ซึ่งนำไปสู่การจัดความสำคัญของกลุ่มลูกค้า ตรงนี้แหละที่มนุษย์ Data ต้องทำงานร่วมกับนักการตลาดและฝ่ายขาย ช่วยกันจัดแรงก์ของลูกค้า โดยคุณหนุ่ยแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ RFM Model มาช่วยวิเคราะห์ว่าลูกค้ากลุ่มไหนที่ควรลุยขายต่อ กลุ่มไหนที่ควรปล่อยเขาไป เซลล์ก็ไม่ต้องเหนื่อยไปหาลูกค้าเพิ่ม มีลูกค้าเท่าเดิมแต่ทำเงินได้เยอะขึ้น ดัน Conversion Rate ให้ได้สัก 1% ก็ยังดี เซลล์ก็จะถูกบ่นน้อยลงละฮะ !


Social Listening ตัวไหนที่ใช่สำหรับ Beginner ! พร้อม 2 สกิลที่ทำให้ใช้ Tool สนุกขึ้น

สำหรับใครที่อยากลองเล่นเครื่องมือ Social Lintening หา Insight ให้บริษัทตัวเอง คุณหนุ่ยบอกว่าตอนนี้ในตลาดมีเครื่องมือ Social Listening หลายเจ้าเลยฮะ เลยขอแนะนำว่าถ้าเป็น Beginner ก็อยากให้ลองเจ้าที่เปิดให้ใช้ฟรีได้ก่อน ใช้มันให้บ่อยจนคุ้นมือ ก็จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เอง เพราะ Social Listening ส่วนใหญ่ใช้งานไม่ยาก (คุณหนุ่ยฝากมาขายของมาด้วยฮะ บอกว่าไปดูวิธีใช้ Social Listening ในเว็บเขาได้ ฮ่า ๆๆ )

สิ่งสำคัญคือ ‘ความขยัน’ ที่จะเรียนรู้ Social Listening แต่ละโปรแกรม พอใช้ตัวฟรีคล่องแล้ว ก็อาจจะขยับเป็นแพ็กเกจที่ใหญ่กว่าเดิม หรือเปลี่ยนเป็นเครื่องมือที่มีฟีเจอร์เยอะกว่า ค้นหา Data ได้ดีกว่าได้ (ช่วงแรกคุณหนุ่ยแนะนำใช้ Mandala ตัวฟรีดูก่อนฮะ แล้วค่อยขยับเป็น Zocial Eye, Zanroo, Dom ฯลฯ ตามมาได้ฮะ)

“Social Listening ก็เหมือนการขับรถ
มีเบรก มีพวงมาลัย มีเกียร์เหมือนกัน แต่อาจจะสลับที่
เราแค่ต้องรู้ว่าปุ่มที่เคยมีในอีกโปรแกรมนึง
มันชื่อว่าอะไรในโปรแกรมนี้” 

ขอบคุณรูปภาพจาก Nattapon Muangtum

แต่ถึงแม้จะใช้ Tool เป็น แต่ก็ใช่ว่าเราจะทำมันได้ดี เพราะงาน Data เป็นงานที่ความสนุกมันอยู่ที่ปลายทาง คุณหนุ่ยบอกว่าความยากคือการทำให้ Data มันพร้อมใช้ ซึ่งค่อนข้างจะน่าเบื่อ กว่าจะสำเร็จก็นาน ดังนั้น 2 สกิลที่จะทำให้เราทำงานสายนี้ไปได้นาน ๆ และโตไปได้เรื่อย ๆ คือ

  1. ต้องอดทนและอยู่กับความน่าเบื่อของ Process ต่าง ๆ ก่อนจะออกมาเป็น Data หรือ Insight ที่ใช้งานได้ให้ได้
  2. มีทักษะการตั้งคำถาม รู้ว่าถ้าอยากรู้เรื่องนี้ ต้องถามเครื่องมือแบบไหน ต้องใช้ Data อะไรในการหาคำตอบ

ป้ายยาหนังสือ 3 เล่ม ที่มนุษย์ Data ควรอ่าน

ระหว่างที่คุยกันแอดสังเกตเห็นว่าคุณหนุ่ยมีชั้นหนังสือที่ใหญ่อลังการมาก ความจริงหลายคนที่รู้จักคุณหนุ่ยก็อาจจะรู้อยู่แล้วว่าเขาก็เป็นหนอนหนังสือคนหนึ่ง (อ่านเยอะจนมีแอบไปเปิดเพจ ‘อ่านแล้วเล่า’ ด้วย) ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว แอดเลยขอให้ช่วยป้ายยาหนังสือที่อยากแนะนำให้มนุษย์ Data ไปหาอ่านกันมาสักหน่อย ! แอดได้ลิสต์มาตามนี้เลยฮะ !

  1. หนังสือซีรีส์ของ พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ ที่คุณหนุ่ยบอกว่าถ้าได้ไปไล่อ่านหลาย ๆ เล่ม จะได้เรียนรู้การใช้ Data กับธุรกิจหลากหลายเคสเลย (แอดต้องไปตามอ่านบ้างละ)
  2. หนังสือ Storytelling with Data เล่มนี้ดังมากฮะ แอดเห็นคนอ่านกันหลายคนเลย คุณหนุ่ยบอกว่าเล่มนี้อ่านง่าย ช่วยให้เราปรับการทำ Dashboard ได้ชัดเจนขึ้น เล่าเรื่อง Data ได้คมขึ้นฮะ
  3. หนังสือ The Art of Statistics เป็นเล่มที่ทำให้คุณหนุ่ยเข้าใจเรื่องสถิติเยอะขึ้น ทำให้การทำ Data สนุกขึ้นด้วย

นอกจากการอ่านหนังสือแล้ว คุณหนุ่ยยังใช้วิธีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้คน โดยบอกว่าวิธีนี้เราจะสามารถ Shortcut เอาความรู้หรือ Deep Insight จากคนที่รู้จริงซึ่งอาจไม่ได้มีเผยแพร่ในหนังสือที่เราอ่านด้วยฮะ อ่ะโฮ ~

ขอบคุณรูปภาพจาก การตลาดวันละตอน


ทำยังไงให้คนในทีมคุ้นเคยกับการใช้ Data Tool ฉบับออฟฟิศการตลาดวันละตอน

การตลาดวันละตอน เป็นอีกออฟฟิศหนึ่ง (ที่ไม่มีออฟฟิศ) ที่ไฟแรงเรื่องการใช้เครื่องมือ Data แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ นอกจากสกิลการหาคนที่มี DNA เดียวกับองค์กรแล้ว สกิลการบริหารและพัฒนาคนให้ขยันพัฒนาตัวเองด้านนี้ก็สำคัญเหมือนกันฮะ

แอดเลยขอถามวิธีที่คุณหนุ่ยทำให้คนในทีมคุ้นกับการใช้ Data Tool กันหน่อย เผื่อเพื่อน ๆ จะอยากเก็บไปใช้กันฮะ คุณหนุ่ยบอกว่าตัวเองจะมีงานที่เป็น Routine ให้ในทีมทำทุกสัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนได้พัฒนาสกิลตัวเองจากงานเดิม ๆ เครื่องมือเดิม ๆ หวังให้เขาทำจนคุ้นมือ คุ้นสมอง แล้วสกิลก็จะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

“นอกจาก Routine แล้ว ต้องลองพยายามทำสิ่งใหม่วันละ 1 อย่าง
เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ และ Explore ให้โลกเรากว้างขึ้น”

ขอบคุณรูปภาพจาก Nattapon Muangtum

ฟังจบแล้วแอดนึกขึ้นมาได้ว่านี่น่าจะเป็นต้นไอเดียของคอนเทนต์ #Try1ThingNewEveryday ที่คุณหนุ่ยลงบน Facebook ส่วนตัว ต้องเอาไปลองทำตามบ้างแล้วฮะ !


อยากทำเพจของตัวเองให้เอา ‘ความอยาก’ เป็นตัวตั้ง แล้วจะทำได้นาน ทำได้ดี

แอดว่าตอนที่เพจ Facebook มันยังไม่ล้นแพลตฟอร์มขนาดนี้ และพี่มาร์คก็ยังไม่ใจร้ายเรื่องอัลกอริทึม การจะเปิดเพจ Facebook ด้วยเหตุผลแค่ ‘อยากทำเงินจากเพจ’ คงจะปกติ แต่ในปัจจุบัน เหตุผลแค่นี้มันเพียงพอไหมที่จะปั้น Engagement ให้ชนะเพจที่เขาทำมาก่อน ? แล้วถ้ามนุษย์ Data อยากมีเพจของตัวเองบ้าง คุณหนุ่ยมีคำแนะนำเรื่องการเปิดเพจอย่างไรบ้าง เขาตอบมาอย่างนี้ฮะ

“เอา ‘ความอยาก’ เป็นตัวตั้งก่อน
‘ความอยาก’ ที่จะทำให้เราสามารถทำมันได้เรื่อย ๆ
ถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้ง เราจะเครียด ไม่มีความสุขในการทำ
พอทำมันด้วยความทุกข์ คนเสพเขารู้สึกได้”

ไม่ใช่แค่เรื่องการทำเพจ Facebook แต่ผลงานอื่น ๆ ที่เราอยากทำ ถ้าเราได้ทำมันบ่อย ๆ ทุกวัน มันก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ความสุขและความสนุกที่เราทำมันได้ดีก็จะส่งมาผ่านผลงาน คนก็จะรู้สึกได้ว่ามันมีคุณค่า สุดท้าย Benefit มันก็จะตามมา

ขอบคุณรูปภาพจาก Nattapon Muangtum

“อยากทำก็ทำไปเลย ไม่มีเพจไหนเป็นคู่แข่งกันหรอก
มันอยู่ที่เราหาคนที่ชอบสไตล์แบบเราเจอรึเปล่า
ถึงเวลาก็จะมีคนที่ชอบวิธีเล่าของเราเดินเข้ามา
และพร้อมจ่ายเงินให้เอง”

คุณหนุ่ยเล่าว่าตัวเองเคยเป็นมนุษย์ที่ทำอะไรต้องทำออกมาให้ดีที่สุด แต่พอพลาดหลาย ๆ ครั้งก็ทำให้เรียนรู้ว่าเราสามารถ ‘ทำไปก่อน’ ได้ เพราะเดี๋ยวมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรูปแบบที่มันควรจะเป็นเอง จากเวอร์ชัน 1 เป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยขอให้มีปลายทางที่ชัดว่าเราทำเพจนี้ไปเพื่ออะไร ไม่ต้องไปกังวลภาพโปรไฟล์หรือชื่อเพจเยอะ ทำออกมาก่อน ! เพราะของพวกนี้เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนได้ ลุยเลย อย่าไปหยอง ! อ่ะโฮฮฮ ~ คุยเสร็จแอดนี่ไฟลุกเลยฮะ เปิดอีกเพจดีไหม ? ฮ่า ๆๆๆ


สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องการใช้งาน Data ในงานการตลาดหรืองานอื่น ๆ แอดขอแนะนำว่าการตลาดวันละตอน’ ก็ให้ความรู้ที่น่าสนใจครับ ใครไม่เล่น Facebook ก็สามารถติดตามความรู้จากทีมคุณหนุ่ยได้จากเว็บไซต์ everydaymarketing.co หรือไปเดินร้านหนังสือหาชื่อนักเขียน ณัฐพล ม่วงธรรม กันได้ฮะ
ล่าสุดคุณหนุ่ยเขียนหนังสือออกมาอีกเล่มแล้ว ชื่อว่า ‘ขายดีขึ้นร้อยเท่า กับการตลาดร้อยตอน’ เป็นเล่มที่จะรวมเคสการตลาดที่น่าสนใจ เป็นประโยชน์กับคนทำ Data หรืออยู่ในสายการตลาด ลองไปตำกันนะฮะ ! อ่ะโฮโฮโฮ ~

RELATED ARTICLES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save