Menu

มนุษย์ Data Science ทำงานยังไงให้ขึ้นเป็นหัวหน้า ? แบบ ‘พัฒน์ ไกรเดช’ แห่ง Data Wow !

ทำงานมาได้สักพัก ทำผลงานไปก็เยอะ ก็ต้องมีคิดเรื่องเลื่อนขั้นกันบ้างสิฮะ !

สำหรับใครที่เริ่มคิดถึงการขยับตำแหน่งของตัวเองให้สูงขึ้น ทั้งในบริษัทเดิมและบริษัทใหม่ วันนี้คอลัมน์ Career Past ของเราจะพาไปคุยกับ Chief Data Science Officer แห่ง Data Wow คุณพัฒน์ ไกรเดช (คุณจ๊อด) ผู้ไต่เต้าจากตำแหน่ง Officer ด้วยสกิลที่เข้าตา จนได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมในที่สุด ! อ่ะโฮ ~

เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้จัก Data Wow บริษัทที่ให้บริการ Data & AI Solutions อย่างครบวงจร กันอยู่บ้างแล้ว คุณจ๊อดซึ่งเป็นหัวหน้าทีม Data Science โดยปกติจะไม่ค่อยโชว์ตัวใน Social Media เท่าไหร่ แต่ช่วงหลังมักจะถูกเชิญไปไลฟ์พูดคุยเรื่อง Data บ่อย ๆ 

แอดเลยถือโอกาสนี้ชวนคุณจ๊อดมาพูดคุยจอย ๆ เกี่ยวกับเรื่อง Career Path แบบไม่ออกกล้องดูบ้าง ขอสืบหน่อยเถอะว่าต้องทำงานยังไงถึงจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าทีมกับเขาบ้าง ! ใครที่อยากรู้จัก Career Path ของสายนี้ หรือกำลังเล็งตำแหน่งหัวหน้าอยู่ ไปอ่านพร้อม ๆ กันเลยฮะ เตรียมจด !


จากเด็กสถิติจุฬาฯ ก้าวสู่งานแรกที่ Data Wow ด้วยทักษะ NLP และภาษาที่ 3 !

ก่อนจะพูดถึงการทำงาน ขอย้อนพาไปดูชีวิตของคุณจ๊อดสมัยเรียนก่อนสักนิด เพราะแอดเจอแล้วฮะ มนุษย์ Data ที่เลือกเดินสายสถิติมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย คุณจ๊อดบอกว่าตัวเองชอบเรียนเลข ชอบเรียนความน่าจะเป็นมาตั้งแต่ ม.ปลายแล้ว พอต้องตัดสินใจเข้ามหาลัยก็เลยเลือกเป็น ภาควิชาสถิติ คณะคณิตศาสตร์และการบัญชี ที่จุฬาฯ เลย

พอเรียนจบก็ได้ไปทำงาน Data Analyst ให้กับบริษัทของอาจารย์ในเอก ก็มีโอกาสได้ทำ Survey ของบริษัทใหญ่ ๆ มาบ้าง ตอนนั้นทักษะที่ใช้ก็เป็นภาษา R กับ Microsoft Excel เป็นหลัก ในใจก็อยากเรียนต่อเพื่อพัฒนาความรู้และสกิลตัวเองขึ้นไปอีก

พอทำงานได้เกือบ 2 ปี คุณจ๊อดก็เลยตัดสินใจบินไปญี่ปุ่นเลยฮะ ไปเรียน Operations Research ที่มหาวิทยาลัยทสึคุบะ (筑波大学) ซึ่งเป็น Master Degree ที่เขาสอนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลมา Optimize พวก Operations ต่าง ๆ เน้นเรียนเป็น Lab อยู่ เกือบ 3 ปีเลย จบมาก็ได้สกิลภาษาญี่ปุ่นแถมมาโดยอัตโนมัติ (แอบบอกว่าสกิลนี้แหละ คืออีก 1 คุณสมบัติที่ทำให้คุณจ๊อดได้งานที่ Data Wow ด้วย) โฮ โฮ โฮ ~

จบ Master Degree จากญี่ปุ่นปุ๊บ คุณจ๊อดก็บินกลับไทยไปเข้าทำงานบริษัท Startup ในทีม NLP (Natural Language Processing) ทำคอมให้เข้าใจภาษามนุษย์อยู่ช่วงหนึ่งก็ออกมาเป็น Special Team ดูแล Big Data ให้กับ DTAC ซึ่งความท้าทายคือต้องคุยงานกับทีมนิวยอร์กที่ไทม์โซนต่างกัน เวลางานของบางวันเลยค่อนข้างไม่แน่นอน

หลังจากนั้นเพื่อนก็ชวนให้มาทำงาน NLP ที่ Data Wow แต่ทำเป็นภาษาญี่ปุ่น (ความจริง Data Wow เป็นบริษัทลูกจากญี่ปุ่นด้วยฮะ) ตอนนั้นเลยได้ดูแลโปรเจกต์บอทจับคอนเทนต์ที่ผิด Policy บน Social Media ให้กับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ‘Nanameue’ เจอโพสต์ไหนเขียนไม่น่ารัก ก็เป็นหน้าทีของคุณจ๊อดนี่แหละที่ต้องสร้าง AI มาแบนออกไป

หลังจากนั้นก็ได้ทำพวกงาน Consult ให้กับบริษัทลูกค้าหลาย Industry ทั้ง E-commerce, Manufacturing, Oil & Gas, Finance ฯลฯ พอทีมขยายไปเรื่อย ๆ บวกกับ Direction บริษัทชัดขึ้น ก็ได้โปรโมตเป็น Data Science Team Lead อย่างทุกวันนี้แหละฮะ !


อยากเลื่อนขั้นไว ๆ ทำยังไงให้หัวหน้าเห็นแวว ?

ใช่ว่าทำงานนาน ๆ แล้วจะรับประกันได้ว่าจะถูกโปรโมต (เลื่อนขั้น) หรอกนะฮะ เพราะจริง ๆ คุณจ๊อดทำงานอยู่ที่ Data Wow รวม ๆ ประมาณ  6 ปี ก็ทำโปรเจกต์มาเยอะเลย แอดถือโอกาสนี้ถามไปว่าถ้านอกจากเรื่องงานแล้ว เราต้องทำยังไงอีกบ้างให้บริษัทเห็นแววจนอยากให้เรามาคุมทีม

คุณจ๊อดทำท่าคิดสักครู่ ก็ตอบมาว่า ถ้าให้พูดตรง ๆ ก็คงเพราะเรามีประโยชน์กับบริษัทมากขึ้น ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทว่า ‘ประโยชน์’ ที่เขามองจากเรามันคืออะไร อาจจะเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างการทำเงินให้เขาได้เยอะ ๆ หรือเราอาจจะต้องเข้าไปคุยกับหัวหน้าบ้าง เพื่อเช็ก Direction ของบริษัท ว่าถ้าเราอยากสร้างอะไรให้บริษัทมากขึ้น เราต้องมีสกิลอะไรเพิ่มอีกไหม อาจจะลอง Discuss กัน แล้วก็ค่อย ๆ พัฒนาตามสิ่งนั้นไป

“บางครั้ง ถ้าสิ่งที่เราเก่งขึ้นมันไม่ได้ช่วยพัฒนาองค์กร
ไม่ได้แปลว่าเราผิด แต่เป็นเพราะมันคนละ Direction กัน
เพราะฉะนั้นต้องคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าบ่อย ๆ”


3 ทักษะสู่การเป็น Data Scientist มืออาชีพ เพราะจบสถิติมาอย่างเดียวมันไม่พอ !

เห็นคุณจ๊อดเรียนสายสถิติมาเน้น ๆ แบบนี้ พอถามว่าเริ่มมาทำงาน Machine Learning ได้ยังไงก็ได้คำตอบมาว่า ตอนที่เรียนจุฬาฯ ได้เรียนรู้มาจากอาจารย์และคนรอบ ๆ ตัวว่า เราเรียนจบแค่ Statistics มามันไม่พอสำหรับการทำงานสาย Data แต่ควรต้องมีความรู้ Hacking Skills พวก Network, Software, Coding ด้วย ก็เลยหันมาเริ่มศึกษาเกี่ยวกับ Python ควบคู่ไปด้วยตอนเรียนที่ญี่ปุ่น

ขอบคุณรูปภาพจาก Data Wow

สำหรับการทำงาน Data Science ที่ต้องเอาข้อมูลเยอะ ๆ มาปรับใช้กับธุรกิจ คุณจ๊อดบอกว่า 3 อย่างต้องมีเป็นความรู้ในสายงานนี้ คือ

  1. Domain Expert เพราะการทำงานกับ Data ถ้าเรามีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจนั้น ๆ เป็นพิเศษ เราก็จะได้เปรียบเพื่อนร่วมงานหรือคู่แข่งอื่น ๆ ที่เชี่ยวชาญน้อยกว่าเรา
  2. ความรู้เรื่องคณิตศาสตร์และสถิติ ถ้าเราไม่รู้ทฤษฎีเกี่ยวกับตัวเลขหรือสถิติเลย มีโอกาสที่เราจะแปลผลมันผิดบ้าง เอาไปปรับใช้กับธุรกิจไม่ได้บ้าง ปัญหาเหล่านี้แปลว่าเราใช้งานข้อมูลได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  3. Coding เพราะพอเราอยู่ในยุคของ Big Data แล้วเราใช้ Coding ไม่เป็น มันก็จะทำงานยาก ถ้าต้องมานั่งกรอกข้อมูลทีละตัว หรือทำใน Excel ก็อาจจะไม่ทัน มันก็ต้องมีเครื่องมือมาช่วย

ด้วยความรู้ 3 อย่างนี้ ก็จะทำให้เราทำงาน Data Science ออกมาดีขึ้น เพราะจริง ๆ Data Science ก็คืองานที่คนเราประมวลผลเองไม่ไหว เลยใช้คอมฯ มาช่วยประมวลผลแทน แล้วเราก็ใส่  Assumption และความเชี่ยวชาญให้มันช่วยเราคิดออกมาฮะ


‘Communication’ และ ‘Active Listening’ 2 Soft Skills สำคัญ ที่ Data Scientist ต้องมี !

พูดถึง Hard Skills กันไปแล้ว ก็ถึงเวลาของคำถามประจำคอลัมน์ของเราเกี่ยวกับ Soft Skills ที่ชาว Data ต้องมี พอถามประเด็นนี้ไป ว่าคนที่มี Soft Skill แบบไหนบ้างทีคุณจ๊อดอยากจะให้เข้ามาอยู่ในทีม หลัก ๆ ก็มี 2 อย่าง คือ

  1. Communication Skill : พอเราทำงาน Tech ไปเยอะ ๆ เราจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง คือพูดอะไรก็เป็นศัพท์เฉพาะไปหมด สุดท้ายแล้วเราทำงาน Data ก็เพื่อไปตอบโจทย์ธุรกิจ ถ้าเราคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง เขาก็จะไม่ได้ประโยชน์สูงสุดจากงานของเรา

“ถ้าเราอธิบายเรื่องยาก ๆ ให้ง่ายไม่ได้
แสดงว่าเราไม่ได้เก่ง ไม่ได้เข้าใจเรื่องนั้นจริง ๆ ”

  1. Active Listening : ความจริง Data Science ก็เป็นแค่ Role หนึ่งในงาน เดี๋ยวนี้เราต้องทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น ๆ ด้วย การฟังความคิดเห็นของคนที่เราทำงานด้วยจึงสำคัญมาก

2 Soft Skills นี้ เป็นส่วนหนึ่งของคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือการทำงานเป็นทีม (Teamwork) เพราะงานใหญ่ ๆ เราไม่สามารถทำให้สำเร็จด้วยตัวคนเดียวได้ การสื่อสารและการฟังที่ดีจึงเป็นพื้นฐานของ Teamwork ที่ดีด้วย


‘สร้างทีม’ ‘สร้างระบบ’ ความท้าทายในการบริหารของคนเป็นหัวหน้า

ด้วยเพราะ Data Wow เป็นบริษัทที่มีสินค้าเป็น Digital Transformation Solution โดยเฉพาะด้าน Data และ AI แอดจึงแอบสงสัยว่าบริษัทเน้น Tech ขนาดนี้ ทีม Data Science ของบริษัทต้องทำอะไรบ้าง

คุณจ๊อดเลยเล่าขยายให้ฟังว่า จริง ๆ ที่บริษัทจะ Customize Solution ให้กับลูกค้าแต่ละเจ้าแตกต่างกัน ทางทีมจะทำหน้าที่เป็น Data Expert ที่เข้าไปช่วยดูและวางแผนต่อ ว่าจะสามารถนำ AI แบบไหนเข้าไปช่วยแก้ปัญหาและต่อยอดธุรกิจได้อย่างไรบ้าง (ฟังแล้วคิดว่าต้องใช้ Communication Skill และ Active Listening อย่างที่คุณจ๊อดบอกจริง ๆ ด้วยฮะ)

แต่ส่วนตัวคุณจ๊อด พอขึ้นมาเป็นหัวหน้าแล้ว อาจจะได้ลงมือทำงานกับลูกค้าน้อยลง แล้วก็มาเน้นในส่วนของการสร้างระบบ/สร้างทีมมากขึ้น คือมองเป็นภาพรวมว่าทำยังไงให้มันมีประสิทธิภาพกว่าเดิม เพื่อที่จะ Deliver สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

แต่นอกจากความท้าทายในการทำงานกับลูกค้าแล้ว สิ่งที่เจ้าตัวบอกว่าในฐานะหัวหน้าจะต้องเรียนรู้อยู่ตลอด ก็คือการบริหารใจคนนี่ล่ะฮะ โชคดีที่เราก็เคยเป็นพนักงานทำงานสายนี้มาก่อน ทำให้สามารถเข้าใจได้ไวว่าเขาคิดหรือรู้สึกยังไงบ้าง


งาน Data ไม่ได้ยากเกินลงมือ ยิ่งมีความรู้ธุรกิจอยู่แล้ว ยิ่งได้เปรียบ !

สำหรับคนจากสายงานอื่นที่กำลังมอง ๆ งานสาย Data ว่ามี Career Path เติบโตยังไงบ้าง ? จะย้ายมาเข้าวงการนี้ดีไหม ? คุณจ๊อดบอกว่าจริง ๆ ทักษะการประมวลผลข้อมูลนั้น ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรทุกคนก็ต้องเจอ เพียงแต่ว่า Data Science จะต้องเจอเยอะกว่าหน่อยเท่านั้นเอง

แล้วพอเรามีภาระหน้าที่ให้ต้องทำงานกับข้อมูลมากขึ้น ในฐานะคนสายงานนี้ ก็เลยต้องพัฒนาความรู้อื่น ๆ เพิ่ม ทั้งคณิตศาสตร์หรือสถิติที่แม่นยำมากขึ้น รวมไปถึงการใช้ Tools, Hacking, Coding ควบคู่กับ Domain Expert ที่มีอยู่แล้ว ก็จะเป็นเหมือนบัพที่ทำให้เราพิเศษกว่าคนอื่น ๆ ไปอีก

แต่สำหรับคนที่เหนื่อยกับสายงานนี้แล้ว อยากลองออกไปทำอย่างอื่นบ้าง…

“คนที่มี Background เป็นสาย Data
เป็นที่ต้องการของวงการอื่นเสมอ”

คือสิ่งที่คุณจ๊อดบอกกับแอดหลังจากเมาท์มอยเรื่องการทำงานกันเสร็จ เพราะอย่างที่คุยกันไปว่าการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องใช้กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความรู้เกี่ยวกับ Data ที่เคยผ่านมาจะเป็นประโยชน์แน่ ๆ ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหน อยากลองอะไรให้ลุยเลย !


เป็นยังไงบ้างฮะ อ่านแล้วมีไฟอยากไปพัฒนาตัวเองเพื่อเลื่อนขั้นกันบ้างไหม ~ แอดว่าแต่ละบริษัทก็คงมีความคาดหวังต่อหัวหน้าทีมแตกต่างกันนั่นแหละฮะ ก็คงเหมือนที่คุณจ๊อดบอกว่าทางที่ดีควรคุยกับบอสเกี่ยวกับทิศทางของบริษัทบ่อย ๆ ว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราสามารถเป็นประโยชน์ให้กับเขาได้อย่างไรบ้าง แล้วก็ดูว่าความต้องการมันแมตช์กันรึเปล่า ถ้าใช่ก็ลุยเลย !

สำหรับใครที่สนใจอยากลองของ ! อยากรู้ว่าทีม Data ของคุณจ๊อดมีความสามารถแน่นปึ๊กขนาดไหน นอกจาก End-to-End Custom AI Solutions แล้ว  Data Wow ยังมีบริการพวก Data Analytics, Data Visualization, Custom Dashboard ที่ให้คำปรึกษาและลงมือทำให้ตามที่เราต้องการเลยด้วยฮะ ติดต่อไปได้ ~ (หรือใครอยากร่วมงานกับบริษัทนี้ก็เข้าไปดูตำแหน่งว่างกันได้ กำลังเปิดรับอยู่หลายตำแหน่งเลยฮะ)

ครั้งหน้าอยากให้แอดชวนคนสาย Data คนไหนมาพูดคุยเรื่องอะไรอีก กระซิบมาได้เลยนะฮะ ~ โฮโฮโฮโฮ ~

Author

RELATED ARTICLES

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save